วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561

ออกกำลังกาย และการใช้ลู่วิ่งไฟฟ้า อย่างปลอดภัย

ใช้งาน ลู่วิ่งไฟฟ้า อย่างไรให้เห็นผล !

ลู่วิ่งไฟฟ้าเป็นเครื่องออกกำลังกายที่เรียกได้ว่า สามารถใช้งานได้ง่าย เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่ไปจนถึงนักวิ่งมืออาชีพ ซึ่งถ้าหากคุณต้องการที่จะลดน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อให้เห็นผลอย่างชัดเจนมากที่สุด การค้นหาและศึกษาวิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้งานมือใหม่




ลู่วิ่งไฟฟ้าและข้อควรรู้เบื้องต้น

 1. สำหรับมือใหม่หัดวิ่งอย่างเราๆ สิ่งที่ควรรู้เป็นอันดับแรกนั้นก็คือ ปุ่มกดเพื่อหยุดและปุ่มกดสัญญาณฉุกเฉินเพราะถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา เราต้องจึงจำเป็นต้องรู้ว่าปุ่มนี้อยู่ตรงจุดไหนของเครื่อง จะได้กดได้ทัน เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน    เพื่อความปลอดภัยหากเกิดเหตุฉุกเฉิน















2. ก่อนที่เราจะเริ่ม การวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า หรือการออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์อื่นๆ    สิ่งแรกที่เราควรทำนั้นก็คือการวอร์มร่างกายให้ร่างกายปรับตัว อาจจะเป็นการเดินหรือวิ่งแบบช้าๆเป็นระยะเวลา 5-10 นาที เพื่อปรับสภาพกล้ามเนื้อในร่างกายของเราให้มีความยืดหยุ่นก่อน



3. สำหรับใครที่เน้นการวิ่งด้วยความเร็วในระดับหนึ่ง การจับราวลู่วิ่งไฟฟ้านั้นอาจจะทำให้คุณเสียจังหวะ ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ และจะทำให้คุณไม่สามารถวิ่งได้อย่างเต็มที่ค่ะ เพราะฉะนั้นควรปล่อยมือและวิ่งเหวี่ยงแขนให้เป็นไปตามธรรมชาติจะเหมาะสมกว่า


4. ตั้งค่าความชันของลู่วิ่งไฟฟ้าก็ควรปรับให้พอดีกับลักษณะการวิ่งและสภาพร่างกายของเรา ถ้าหากเราปรับความชันมาก แรงที่ออกก็จะยิ่งมาก จะยิ่งทำให้เราเหนื่อยง่ายๆในระเวลาสั้นๆ





5. การปรับระดับความเร็วของลู่วิ่งไฟฟ้า ก็เป็นอีกหนึ่งความสำคัญสำหรับคนที่คิดอยากจะออกกำลังกายแบบเห็นผลได้อย่างชัดเจน โดยการวิ่งที่ดีต้องเริ่มจากการวอร์มอัพร่างกาย และปรับระดับความเร็วขึ้นเรื่อยๆ    จนกระทั่งถึงจุดที่เรารู้สึกตัวเองว่า สามารถวิ่งได้โดยการหายใจไม่หอบถี่จนเกินไป   ในขณะวิ่งอยู่ยังสามารถพูดคุยสื่อสารกับคนอื่นได้พร้อมๆกัน ให้เราคงความเร็วไว้ที่จุดนี้ไปเรื่อยๆ อาจจะมีการผ่อนลงบ้างเป็นช่วงๆ และก็ปรับให้กลับขึ้นมาให้ถึงจุดๆเดิมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 30-45 นาที





อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายด้วยลู่วิ่งไฟฟ้า เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่คิดอยากจะลดน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อให้กับร่างกาย    แต่ถ้าหากมีเวลา ก็อยากจะชวนให้ทุกคนออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง เพราะนอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังได้พบปะผู้คน ชมวิวสวนสวยไปพร้อมๆกันอีกด้วย 



                                                                                                                                                                           @ Chai med






















Power Reform ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งฟิตเนส ลู่วิ่ง มอเตอร์ 3 แรงม้า Motorized Treadmill รุ่น Hurricane - ฟรี App เชื่อมต่อกับมือถือ น้ำมันฉีดสายพาน และ พรมรองลู่วิ่ง






วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560

วิธีสร้าง QR code และทำลิงก์แบบสั้น เพื่อดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร Quick Guide เครื่องมือแพทย์



                     QR code เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์มาก ปัจจุบันมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะใช้งานง่าย และประยุกต์ใช้ได้กับทุกวงการ คนธรรมดาอย่างเราๆ ก็สามารถสร้าง QR code เองได้ เพราะมีโปรแกรมฟรีหลายโปรแกรมให้ใช้ ทางฝั่งผู้ใช้งานก็แค่ใช้มือถือสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตสแกน QR Code ก็สามารถเชื่อมโยงไปหาข้อมูลที่ต้องการได้โดยไม่ต้องพิมพ์ URL. ยาวๆ

ขั้นตอนการจัดทำ
1. สร้างแหล่งเก็บไฟล์ข้อมูลออนไลน์ เช่น Google drive











2. นำเอกสารที่ต้องการให้ดาวน์โหลดไปไว้ในแหล่งเก็บไฟล์ข้อมูลออนไลน์ตามข้อ 1.   แล้วตั้งค่าให้ share สำหรับทุกคนที่มีลิงก์ มีขั้นตอนดังภาพ   (ขอยกตัวอย่าง Google drive  และถ้ามีหลายไฟล์ ต้องทำทีละ 1 ไฟล์)

                                                 









                                                                




                                               คลิก Advanced / ขั้นสูง

                                                  

                                                              คลิก Change.../…เปลี่ยน....














เลือก On - Anyone with the link / ..เปิด-ทุกคนที่มีลิงก์....  แล้วคลิกปุ่ม …Save… / ... บันทึก...
พอถึงขั้นตอนนี้ เราจะได้ลิงก์ยาวๆ สำหรับดาวน์โหลดเอกสาร ใครที่คลิกหรือพิมพ์ลิงก์นี้จะสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ทันทีและได้ทุกคน โดยไม่จำเป็นต้อง log in และไม่จำเป็นต้องมี gmail




แต่ว่า ลิงก์ยาวไปหน่อย เรามาทำให้สั้นลงกันดีกว่า แต่ยังใช้งานได้เหมือนเดิม ชีวิตจะได้ง่ายขึ้น (เหมือนกับเราเรียกเพื่อนด้วยชื่อเล่น แทนชื่อจริง)





3. ทำลิงก์ให้สั้นลง โดยการก๊อปปี้ลิงก์ไป paste ที่เว็บ https://goo.gl/ ดังภาพ


paste เสร็จแล้ว ให้คลิกปุ่ม Shorten URL






ถึงขั้นตอนนี้ เราจะได้ลิงก์แบบสั้น ที่ใช้งานได้เหมือนลิงก์แบบยาว ให้คลิกที่ปุ่มสี่เหลี่ยมซ้อนกันเพื่อก๊อปปี้ลิงก์นี้สำหรับนำไปใช้งาน จากนั้น คลิกปุ่ม Done


3. นำลิงก์แบบสั้นที่ได้ไปสร้าง QR code
ปัจจุบัน มีหลายเว็บที่ให้บริการสร้าง QR code ฟรี เราสามารถเลือกใช้งานได้ตามสะดวก ถ้าจะ search จาก Google ให้ใช้คำว่า "qr code generator" ในที่นี้ ขอยกตัวอย่างเว็บ http://www.qrstuff.com มีขั้นตอนดังภาพ










ขั้นตอนที่ : Data type - เลือก Website URL
ขั้นตอนที่ 2  : Content - paste ลิงก์ในช่อง Website URL จากนั้น รูป QR code ด้านขวามือจะ update เองโดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนที่ : Foreground color - เราสามารถเปลี่ยนสี QR code เป็นสีอะไรก็ได้ (ไม่ต้องเปลี่ยนสีก็ได้) จากนั้นคลิกปุ่ม Download QR code
ไฟล์ภาพจะถูกดาวน์โหลดมาไว้ที่เครื่องเรา จากนั้น เราก๊อปปี้ไฟล์ภาพนี้ไปใช้งานได้ตามที่ต้องการ  



ตัวอย่างการนำ QR code และลิงก์แบบสั้นไปใช้สำหรับให้เจ้าหน้าที่ผู้ใช้งานเครื่องมือแพทย์สามารถดาวน์โหลด คู่มือการใช้งานเครื่องมือแพทย์ ได้









Chai Med@2020

วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

การออกแบบเพื่อความปลอดภัย ผู้สูงอายุ

การดูแลผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในบ้าน

         ในสังคมปัจจุบัน ที่จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุต่างๆได้สูง ที่พบบ่อยคือการล้มและจากการใช้เครื่องใช้ต่างๆ จากการล้ม เพราะปัญหาของการเสื่อมถอยของสมอง (การวิงเวียน ความสามารถในการทรงตัว)กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อ การมองเห็นและการได้ยินลดลง ทำให้ผู้สูงอายุลื่นล้มได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องจัดบ้านให้ปลอดภัยต่อผู้สูงอายุ  ที่จะลื่นหรือสะดุดล้มเช่น






การจัดที่นอนผู้สูงอายุ  ไม่ควรให้นอนกับพื้น   ควรให้นอนเตียงนอน ที่เตี้ยในระดับที่ลุกนั่งแล้วเท้ายันพื้นได้พอดี มีที่ยึดเหนี่ยว











·          จัดให้ห้องพักอยู่ใกล้ห้องน้ำ  ไม่มีสิ่งของที่เป็นอันตรายในห้องพัก ระมัดระวังเรื่องการใช้พรมปูพื้น พื้นห้องน้ำต้องไม่ลื่น (การมีราวจับจะช่วยการทรงตัวได้ดีขึ้น)
 




    

    ทางเดินต้องสะดวก ไม่วางของเกะกะรวมทั้งบนพื้น หลีกเลี่ยงการใช้บันได และแสงสว่างตามทางเดินต่างๆทุกที่ต้องเพียงพอให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน 





·         การเลือกรองเท้าที่กระชับ มีสายรัด หัวท้ายปิด นุ่มสบาย ส้นเตี้ย สะดวกต่อการสวมใส่ และการถอด (ไม่ควรเลือกชนิดมีสายผูกร้อยควรเป็นแถบกาว)





·       

  การใช้ไม้เท้าช่วยในการเดิน ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญช่วยลดอุบัติเหตุของผู้สูงอายุ    นอกจากนี้ควรต้องพูดคุยแนะนำกับผู้สูงอายุ ถึงวิธีใช้อุปกรณ์ต่างๆซึ่งต้องง่ายและปลอดภัย หรือห้ามใช้อะไรบ้าง? เช่น ห้ามใช้เตาแก๊ส ห้ามจุด ธูป/เทียนไหว้พระ และในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ เมื่อไม่มีคนอยู่บ้าน เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เทคโนโลยี เพื่อความปลอดภัย ของผู้สูงอายุ


7 เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยของ “ผู้สูงอายุ”



เชื่อว่าคนไทยส่วนมากได้มีโอกาสทราบถึงสถิติที่กระทรวงสาธารณสุข ออกมาประกาศกันดีแล้วว่า ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) อย่างสมบูรณ์ในราวปี พ.ศ.2568 กล่าวคือในประชากรทุกๆ 5 คน จะมีผู้สูงอายุ 1 คน ซึ่งหากผู้สูงอายุทุกคนสุขภาพแข็งแรงเหมือนเช่นคนหนุ่มสาว ก็คงไม่มีใครต้องกังวล 
 
แต่ความเป็นจริงไม่ใช่เช่นนั้น เพราะผู้สูงอายุในปัจจุบันต้องเผชิญต่อโรคเรื้อรัง และความเสื่อมของร่างกายตามธรรมชาติมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ข้อเสื่อม สายตาไม่ดี มีปัญหาด้านการบดเคี้ยว ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อีกทั้งยังมีแนวโน้มต้องอยู่คนเดียวเพิ่มมากขึ้นด้วย
 
ความกังวลของลูกหลานที่ต้องให้พ่อแม่สูงอายุอยู่บ้านตามลำพัง ขณะที่ตัวเองต้องออกไปทำงานหาเงินเป็นสิ่งที่หนักหนาพอสมควร การมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ และไอเดียดีๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ ตลอดจนลูกหลานที่เป็นห่วงเป็นใยมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลยค่ะ

ความกังวลข้อที่ 1 : ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินกับพ่อแม่ จะทำอย่างไรให้ท่านสามารถติดต่อลูกๆ ได้
 
การลบความกังวลข้อนี้คงไม่ใช่การหาสมาร์ทโฟนรุ่นไฮเทคที่สุดมาให้คุณพ่อคุณแม่ใช้ เพราะจากข้อมูลของศูนย์วิจัย Pew Research Center สหรัฐอเมริกา พบว่า สมาร์ทโฟนในปัจจุบันค่อนข้างใช้งานยุ่งยากเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะปุ่ม และตัวหนังสือที่หน้าจอที่มีขนาดเล็กจนท่านมองไม่ถนัด การหาโทรศัพท์ที่มีฟังก์ชันการใช้งานไม่ยากนัก รวมถึงมีขนาดปุ่มใหญ่ๆ ฟอนต์หน้าจอใหญ่ๆ และเสียงดังฟังชัด มาให้พ่อแม่ใช้งานแทนก็อาจช่วยให้ท่านติดต่อลูกๆ ได้สะดวกมากขึ้น หรือไม่เช่นนั้นอาจมองหาโทรศัพท์สำหรับเด็กที่มีปุ่มไม่กี่ปุ่ม พร้อมฟังก์ชันการทำงานง่ายๆ เช่น กด 1 โทร.หาลูกคนที่ 1 กด 2 โทร.หาลูกคนที่สองมาให้ท่านใช้ก็ช่วยได้เช่นกัน

ความกังวลข้อที่ 2 : พ่อแม่ชอบทำความสะอาดบ้าน
 
เป็นความเคยชินของคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องดูแลบ้านมาตลอดชีวิต ดังนั้น เมื่อท่านมีเวลาว่างในวัยชรา ก็มักอยากทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ พอให้ชีวิตมีสีสัน แต่สำหรับลูกหลานที่อยากแบ่งเบาภาระในจุดนี้ และไม่ต้องการจ้างแม่บ้านมาช่วยดูแล ก็อาจมองหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัตโนมัติ iRobot มาวิ่งดูดฝุ่นในบ้านแทนก็ได้ โดยหุ่นยนต์ตระกูล iRobot นี้มีหลายรุ่นหลายฟังก์ชัน บางตัวก็แค่ดูดฝุ่นเฉยๆ แต่บางตัวสามารถทำความสะอาดพื้นได้เลยทีเดียว เช่น รุ่น Scooba ที่เจ้าของเพียงใส่น้ำ หรือสเปรย์ทำความสะอาดลงไปในเครื่องก็ปล่อยให้มันออกไปทำความสะอาดพื้นได้แล้ว
 
ความกังวลที่ 3 : พ่อแม่มักจะลืมกินยา
 
ใครที่อยู่ในแวดวงเทคโนโลยีคงร้องอ๋อเลยทีเดียวกับปัญหานี้ เพราะมีสิ่งประดิษฐ์ของบรรดาสตาร์ทอัปรุ่นใหม่ที่สามารถลดความกังวลข้อนี้ไปได้อย่างง่ายดาย โดยมีทั้งในรูปแบบแอป และเป็นอุปกรณ์ช่วยเตือนให้กินยาตามเวลา เช่น MD.2 ที่จะมีเสียงเตือนในเวลาที่ต้องรับประทานยา เมื่อพ่อแม่สูงอายุเดินไปกดปุ่ม (ปุ่มใหญ่ๆ บนเครื่อง) ยาที่กำหนดไว้ก็จะไหลออกมาจากช่อง เรียกได้ว่าป้องกันการหยิบยาขาด-เกินได้เลย (ลูกๆ ที่บรรจุยาลงในกล่องต้องรอบคอบด้วยนะคะ) อย่างไรก็ดี ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ค่อนข้างมีตัวเลือกมากมาย และระดับราคาก็แตกต่างกันด้วย บางตัวอาจเป็นแอปฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
 
ความกังวลข้อที่ 4 : พ่อแม่อาจลืมว่าทำแกงหม้อใหญ่ไว้ในครัว
 
อีกกลุ่มอุปกรณ์ที่น่าสนใจก็คือ ระบบอัจฉริยะที่ช่วยตัดไฟเครื่องครัว เพราะผู้สูงอายุมักมีโอกาสลืมว่าทำกับข้าวเอาไว้ และหันไปทำอย่างอื่นจนอาหารไหม้ได้ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ค่อนข้างมีหลากหลาย บางเจ้าอาจเพียงแค่ตัดไฟอัตโนมัติ แต่บางเจ้าอาจทำได้ถึงขั้นว่า ป้องกันไม่ให้เตาไฟใช้ความร้อนสูงเกินกว่าที่ลูกๆ กำหนดเลยทีเดียว
 
ความกังวลข้อที่ 5 : พ่อแม่หกล้ม
 
บริการที่เหมาะสมอาจเป็นคอลล์เซ็นเตอร์ 24 ชั่วโมงสำหรับผู้สูงอายุ โดยจะมีสายรัดข้อมือให้ท่านสวม หากเกิดเหตุฉุกเฉินกับท่านขึ้นมาเมื่อใดก็เพียงกดปุ่มบนสายรัดข้อมือ ระบบจะส่งสัญญาณผ่านโทรศัพท์ไปยังคอลล์เซ็นเตอร์ และคอลล์เซ็นเตอร์จะรีบติดต่อลูกหลาน หรือบุคคลที่ระบุไว้โดยทันที



ความกังวลข้อที่ 6 : มีแขกมาเยี่ยมแต่ผู้สูงอายุไม่ได้ยินเสียงกริ่ง
 
ปัญหาด้านการได้ยินที่มักเกิดต่อผู้สูงอายุอาจทำให้แขกที่มาเยี่ยมต้องยืนรอหน้าบ้านนานกว่าปกติ เพราะกดกริ่งก็แล้ว โทรศัพท์เข้ามาก็แล้ว ท่านก็ยังไม่ได้ยิน ในกรณีที่บ้านไม่ได้เลี้ยงสุนัขด้วยยิ่งแล้วใหญ่ เพราะหากมีสุนัข อย่างน้อยมันก็จะเห่าเสียงดังจนคนในบ้านต้องออกมาดู แต่ในแวดวงเทคโนโลยีก็มีทางแก้สำหรับปัญหานี้เช่นกัน โดยได้มีการพัฒนาระบบไฟขึ้นแทนกริ่งแบบเดิม หากมีคนมากดกริ่งหน้าบ้าน ไฟดวงนี้ก็จะสว่างขึ้น หรืออาจกระพริบเป็นระยะให้ผู้สูงอายุได้สังเกตนั่นเอง
 
ความกังวลข้อที่ 7 : อยากรู้ว่าพ่อแม่ และบ้านปลอดภัยดีไหม
 
แม้ทุกวันนี้เราจะสามารถโทรศัพท์แบบเห็นหน้าอีกฝ่ายได้แล้ว แต่ผู้สูงอายุบางท่านก็ยังจำวิธีใช้งานแอปเหล่านั้นกันไม่ค่อยได้ บางทีอาจจะดีกว่าหากติดตั้งระบบมอนิเตอร์ “บ้านทั้งหลัง” กันเลย ยกตัวอย่างแนวคิดของระบบ eNeighbor ของสหรัฐอเมริกา ที่เป็นการติดเซ็นเซอร์ไว้ตามจุดต่างๆ ของบ้าน เช่น ลูกบิดประตู เก้าอี้ ห้องน้ำ เตียงนอน ฯลฯ เพื่อให้สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายในบ้านได้อย่างทันใจลูกหลาน


แม้เทคโนโลยีที่นำมาเสนอบางส่วนอาจหาผู้บริการไม่ได้ในประเทศไทย แต่ก็อาจเป็นโอกาสดีสำหรับนักพัฒนาชาวไทยที่จะคิดบริการใหม่ๆ ขึ้นมาเสริมในจุดที่ขาดหายไป เพื่อเตรียมตัวรองรับสังคมผู้สูงอายุที่ใกล้จะมาถึง
 
ข้อสำคัญก่อนจ่ายเงินค่าเทคโนโลยีคือ ต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่ซื้อมาเพื่อดูแลคนที่คุณรัก และรักคุณนั้นต้อง “อ่านง่าย” เพราะเวลาเกิดเหตุให้ใช้งาน คนที่ต้องอ่านข้อความ หรือข้อมูลบนเครื่องคือพ่อแม่สูงอายุ “ใช้ง่าย” (แค่กดปุ่มเดียวได้ยิ่งดี) และ “มีบริการช่วยเหลือที่เหมาะสม” หากเลือกได้เช่นนี้ เชื่อแน่ว่าสินค้าเทคโนโลยีที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับผู้สูงอายุมายาวนานจะถูกมองเป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้านอย่างรวดเร็ว